รับจัดสวน-ทำบ่อปลาคาร์พ โทร. 089-7880990
 
 

หน้าแรก
เกี่ยวกับเรา
ผลงานจัดสวน
ผลงานบ่อปลา
ร้านไม้เมืองหนาว
วิธีเลี้ยงปลาคาร์พ
ทั่วๆ ไป
ทำไมต้องจัดสวน
ติดต่อเรา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 
 

 

 

 

 

 

 

ปลาคาร์พ สิ่งประดับที่ดีที่สุดในสวนของท่าน!

 

ผมเองชอบเลี้ยงปลาคาร์พ ตั้งแต่เมืองไทยนิยมเลี้ยงใหม่ๆ ประมาณ 30 ปีก่อน  อากาศเมืองไทยเหมาะที่สุดในการเลี้ยงปลาคาร์พ  เชื่อกันว่าปลาคาร์พสร้างพลังให้แก่บ้านหรือร้านค้าของท่าน  เพราะเป็นสิ่งเคลื่อนไหวตลอดเวลา  เป็นปลานำโชค (ฮวงจุ๊ยพลังซี่) อีกทั้งปลาคาร์พยังเป็นสัญลักษณ์ของความรักและความอบอุ่นในครอบครัวเพราะเป็นปลาที่อยู่อาศัยเป็นกลุ่มอย่างสันติ    ทางประเทศจีนและญี่ปุ่นเขาเชื่อเรื่องนี้มาก  เขาเชื่อว่าสามารถทำให้การค้าขายดีขึ้น และสร้างความสุขในครอบครัว   อีกทั้งผู้เลี้ยงหลายท่านที่ผมรู้จักยังยืนยันว่าตั้งแต่เลี้ยงปลาคาร์พที่บ้านทำให้คนในบ้านสุขภาพแข็งแรงขึ้นมาก ไม่ค่อยเจ็บป่วย สิ่งเหล่านี้ไม่อาจพิสูจน์ได้ทางวิทยาศาสตร์  แต่ที่แน่ชัด  คือทำให้คนในบ้านมีความสุขในการเลี้ยงปลาคาร์พ  ทำให้ไม่ป่วยใข้ไม่เครียดก็เป็นได้นะครับฯ   ปลาคาร์พ เป็นปลาตระกูลเดียวกับ ปลาหลีฮื้อ (Common carp หรือ Silver carp) ปลาซ่งฮื้อ (Bighead carp) และปลาเฉาฮื้อ (Grass carp) เป็นปลากินพืช และสัตว์น้ำเล็กๆ  ปลาคาร์พทำให้ท่านมีความสุขแน่นอน  เหมือนเด็กอ่อนที่ขี้อ้อน เมื่อถึงเวลากินอาหารจะมาหาเราและเล่นกับเรา   เป็นปลาที่เลี้ยงเชื่องได้ง่ายมาก  มีอายุยืนยาวมากสามารถอยู่กับคนเลี้ยงเป็นเวลาหลายสิบปีทีเดียว ความมหัศจรรย์ของปลาคาร์พ ที่เพื่อนๆ ประสบมา บอกว่าปลาคาร์พเป็นปลาแสนรู้  ฝึกหัดได้ สอนให้จำสิ่งต่างๆได้  เข้าใจเจ้าของ  ปลาคาร์พเลี้ยงง่ายไม่มากเรื่อง   เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคนที่มีเวลาน้อย คนสูงอายุหรือคนป่วยที่จำเป็นต้องอยู่บ้าน  ปลาคาร์พทำให้ผู้สูงอายุมีกิจกรรมที่มีความสุขทำให้ไม่เหงา ไม่เครียด ไม่เบื่อ  เช่นการให้อาหาร การดูแลบ่อแบบง่ายๆ ไม่ลำบาก (ในกรณีที่มีบ่อกรอง)    ปลาคาร์พ ไม่สร้างความรำคาญแก่เพื่อนบ้านเหมือนสัตว์เลี้ยงอื่นๆ เช่นไม่ส่งเสียงดัง ไม่ส่งกลิ่นไม่ทำร้ายเด็กในบ้านเป็นต้น เป็นปลาที่ไม่ต้องดูแลมาก   เหมาะกับชาวกรุงเทพ ที่มีเวลาไม่มากนัก  และยังเป็นสัตว์เลี้ยงที่สามารถชื่นชมในเวลากลางคืนอีกด้วย   ที่ญี่ปุ่นเขาเลี้ยงมานานมากแล้ว เลี้ยงมากว่า 200 ปีทีเดียว เขาซีเรียดมาก มีการประกวด พันธุ์ใหม่ๆ และตั้งชื่อใหม่ตลอดเวลา มีการประมูลราคาซื้อขายเป็นเงินที่แพงมากสำหรับปลาที่ชนะการประกวด  

 ผมเป็นมนุษย์เงินเดือนสมัยนั้น ทำให้ผมมีเวลาเฉพาะวันหยุด  แทบทุกวันหยุด ผมมักจะไปเที่ยวและเยี่ยมชมตามฟาร์มต่างๆ ตลาดขายปลาคาร์พ ตามตลาดนัด และแหล่งขายต่างๆ   สมัยนั้น หนังสือ คู่มือการเลี้ยงหายากมาก   ผมจำเป็นต้องฝากเพื่อนชาวญี่ปุ่นซื้อหนังสือการเลี้ยงจากประเทศญี่ปุ่น และหนังสือดังกล่าวมีแต่ภาษาญี่ปุ่น ซึ่งราคาแพงมาก  ผมอ่านไม่ออกหรอกครับต้องหาคนแปลแบบทุลักทุเล   ผมจะถ่ายทอดวิธีเลี้ยงจากประสการณ์ของผมเองครับ แบบเข้าใจง่ายๆ หากท่านสงสัยประการใดกรุณา เมล์มาถามผมได้นะครับ

 

บ่อปลาคาร์พ

ปลาคาร์พเป็นปลาที่สวยงามตรงหลังปลา จึงไม่นิยมเลี้ยงในตู้กระจก บ่อปลาไม่มีกำหนดว่าจะต้องใหญ่ หรือเล็ก เอาอ่างอะไรก็ได้ที่มีเนื้อที่ให้ปลาได้ว่ายหน่อย  เพราะปลาคาร์พสามารถปรับตัวกับสภาพแวดล้อมต่างๆ ได้ดีมาก ข้อสังเกตุคือปลาคาร์พเมื่อเลี้ยงไปเรื่อยๆ แล้วจะโตมาก ในเมืองไทยเคยเจอปลา ยาวกว่า 1 เมตรที่เลี้ยงในฟาร์ม  ฉนั้น บ่อใหญ่ย่อมดีกว่าบ่อเล็ก  บ่อลึกย่อมดีกว่าบ่อตื้น   เมื่อปลาอยู่ในพื้นที่ที่ใหญ่ ปลาจะร่าเริงมีความสุข  ในบ่อปลาต้องไม่มีสิ่งประดับต่างๆที่เป็นของมีคมเช่น หิน หรือตุ๊กตาหินเป็นต้น และไม่ควรเลี้ยงไม้น้ำในบ่อ เพราะใบไม้ที่ร่วงจะไปอุดตันปั้มน้ำได้ และซากใบไม้จะทำให้น้ำเน่าเสียได้ง่าย  บ่อเลี้ยงควรมีบ่อกรองหรือบ่อบำบัด เพราะบ่อกรองเป็นหัวใจของบ่อปลาทีเดียว  เพื่อไม่ทำให้เรายุ่งยากในการเปลี่ยนน้ำ เท็คโนโลยี่ของบ่อกรองเวลานี้ นักวิทยาศาสตร์เขาคิดได้ดีมาก เพราะไม่เพียงแต่การกรองขี้ผงเท่านี้ ยังสามารถมีระบบย่อยสลายสิ่งขับถ่ายจากปลาอีกด้วย (biofilteration)  คือเป็นการสร้างหรือเพาะเชื้อจุลินทรีย์ที่ดี ทำให้น้ำสะอาดมีคุณภาพ  ภายในบ่อปลาต้องทาด้วยสีที่ผสมจากยางพาราเช่นพวกฟิ้นโค๊ด   ท่านอาจสังเกตุปลาบางครั้งจะตกใจและว่ายชนบ่อทำให้บาดเจ็บ   คนส่วนใหญ่จะใช้จ่ายเงินเป็นจำนวนมากในการซื้อปลา แต่ไม่ได้คำนึงถึงคุณภาพน้ำ หรือการสร้างบ่อปลาที่ถูกต้องนั่นเอง บ่อกรองนำเข้ามีราคาแพงมาก แต่ไม่จำเป็นครับ เราสามารถทำบ่อกรองติดกับบ่อปลาหรือแยกส่วนก็ได้ไม่แพ้ของนอก  ยังดูเป็นธรรมชาติอีกด้วย  บ่อต้องแข็งแรงเพื่อรองรับความดันของน้ำ  ก่อนนำปลาลงบ่อต้องแช่น้ำบ่อด้วยน้ำสะอาดอย่างน้อย 15 วันเพื่อไม่ให้บ่อมีกลิ่นซีเม็นท์  อยากทราบข้อมูลบ่อปลาเพื่มคลิ๊กที่นี่ครับ

 

น้ำเลี้ยงปลา

สาเหตุการตายอันดับหนึ่งของปลาคือน้ำ ปลาไม่กินอาหารเป็นเวลาหลายวันจะไม่ตาย แต่ถ้าน้ำไม่ดี หรือน้ำเน่าเสีย ปลาจะตาย ทำไมจึงต้องมีการกรองและการบำบัดน้ำ น้ำที่เลี้ยงปลาที่ดีที่สุดควรเป็นน้ำประปา น้ำประปา ได้ผ่านการฆ่าเชื้อโรคและบำบัดมาแล้ว และทางบริษัทผลิตน้ำประปายังยืนยันว่า เราๆ ยังสามารถดื่มได้อีกด้วยโดยไม่ต้องต้มให้สุก  จึงเป็นน้ำที่ดีที่สุดสำหรับการเลี้ยงปลาทั่วๆ ไป  และค่า พี เอช ของน้ำประปาไม่มีกรดหรือด่าง อยู่ตรงกลางพอดี 

ก่อนปล่อยปลาในบ่อที่เพิ่งสร้างใหม่ เฉพาะครั้งแรกเท่านั้น  ต้องพักน้ำซัก 2-3 วันเพื่อให้คลอรีนระเหย และควรเปิดปั้มน้ำเพื่อการบำบัดและเพื่อการเพาะเชื้อแบตทีเรียที่ดี ควรเอากุ้งเน่าลงไปในบ่อซัก 2-3 ตัวครับ เพื่อเป็นการเพาะเชื้อที่ดีได้เร็วขึ้น ก่อนซัก 4-5 วันด้วยนะครับ  และปลาจะได้มีภูมิคุ้มกันโรคอีกด้วย  เพื่อความไม่ประมาทควรทดสอบน้ำโดยการปล่อยปลาราคาถูกลงไปในบ่อซักตัวสองตัวก่อนเหมือนหนูลองยาทำนองนั้นครับ  เมื่อเลี้ยงปลาไปได้ซักพักหนึ่งน้ำอาจสกปรกบ้าง  จงพยายามหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนน้ำนะครับ  เราแค่เติมน้ำเมื่อน้ำขาดหรือระเหิยเท่านั้น  ปลาจะปรับตัวกับน้ำใหม่ได้ยากและติดเชื้อใหม่ได้ง่าย อาจช๊อค และว่ายน้ำแบบตกใจทำให้หลังหักและอาจตายทันทีอย่างน่าเสียดาย  ผมสังเกตุดูผู้เลี้ยงปลามือใหม่ชอบเปลี่ยนน้ำปลามากและเปลี่ยนบ่อยด้วย  น้ำดีทำให้ปลาไม่เครียด และว่ายน้ำตลอดเวลา ไม่ทำให้ปลาเป็นโรค หรือแทบไม่ต้องใช้ยารักษาเลย

 

การเลือกปลา

การเลือกปลาเราต้องเป็นคนที่เลือกเองจงมั่นใจในตัวเองพยายามอย่าให้คนขายเลือกเพราะคนขายส่วนใหญ่มักจะเลือกปลาที่ไม่แข็งแรงและปลาผิดสเป็คให้ (เขารู้แน่นอน) เราควรเป็นคนกำหนดเองว่าเป็นปลาตัวใหน ถ้าท่านไม่ชำนาญเรื่องการเลือก ควรหาผู้รู้ไปเลือก  ปลาที่จะซื้อต้องจับยากว่ายน้ำเก่งและแข็งแรง  ไม่ซึม พิจารณาถึงรูปร่างด้วย ได้สัดส่วน  ผิวไม่มีตำหนิ  ตามตัว ครีบและหางไม่มีแผล จงระวังการซื้อปลา ท่านอาจซื้อปลาที่ติดโรคมา ซึ่งอาจทำให้ปลาที่มีอยู่เดิมของท่านตายยกบ่อได้ ปลาคาร์พแพงหรือถูกไม่ใช่อยู่ที่ขนาดใหญ่  แต่เป็นที่ลายและสี ของปลา ปลาคาร์พมีหลายสีต่างก็มีชื่อเป็นภาษาญี่ปุ่นมากมาย  ปลาที่แพงไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นปลาสวย บางตัวแพงเพราะเป็นลายที่หายาก แต่อาจดูไม่สวยก็ได้  ปลาที่มีราคาคือมีลาย เป็นระเบียบเรียบร้อย ดูกลมกลืนขอบสีต้องคม   ลายที่นิยม เช่น ตันโจเป็นต้น   เพราะว่าไปเหมือนธงชาติของประเทศญี่ปุ่น ไม่ว่าปลาจะมีสีเดียว หรือสลับสี 2 หรือ 3 สี ลายสีต้องเรียบร้อย เป็นสัดส่วน ไม่เปรอะ เลอะ สีปลา ต้องมีเฉพาะด้านหลังของปลาเท่านั้น   ถ้าเกิดขึ้นที่แก้ม ที่ท้อง หรือที่ครีบ  ราคาจะตกอย่างมาก  คนที่เพาะปลาขาย แต่ละคอกอาจไม่มีลายตาม สเป็ค เลยก็ได้  ทำให้ขายไม่ได้ราคา  ลายสวยๆตามตำรานั้น ราคาเป็นหลักหมื่นหรือหลักแสนครับ อย่าบอกว่าแพง  เพราะเขาคัดมาจากจำนวนมากทีเดียว เหลือไม่กี่ตัวที่มีลายตามตำรา   ส่วนใหญ่ปลาที่มีลายตามตำราจะนำเข้าจากญี่ปุ่นครับ  เพราะคนญี่ปุ่นเป็นคนทำอะไรจริงจังและตั้งใจมาก   ผมรู้จักคนญี่ปุ่นดีเพราะเคยทำงานกับเขาเป็นเวลานานกว่า 10 ปี    แต่ถ้าปลาที่ไม่ตามตำรา  พวกนี้จะหาง่ายมากตาม ตลาดซันแดน์ ร้านค้าเขาจะเลาะทิ้งและขายใน ราคา แค่ 10-20 บาทเท่านั้น หรือด้อยลงมาจาก สเป็คหน่อย ราคาก็เป็นแค่หลัก ไม่กี่ร้อย 

ข้อควรระวัง เมื่อท่านได้ซื้อปลาจากร้านทั่วๆ อย่าเพิ่งปล่อยปลาลงบ่อทันทีนะครับ   ต้องแช่ปลาพร้อมถุงที่ซื้อมาลงในบ่อก่อนอย่างน้อย 5 นาที เพื่อให้ปลาปรับอุณหภูมิก่อน แล้วค่อยๆ เปิดถุงปลา และ ปล่อยปลาลงบ่อ  เป็นวิธีเพื่อไม่ให้ปลา ช๊อคน้ำครับ ทำนองเดียวกัน ถ้าท่านต้องการทำบุญปล่อยปลาตามแม่น้ำลำคลอง หรือตามวัดต่างๆ  ก็ใช้วิธีนี้เช่นกัน มิฉนั้น  นอกจากไม่ได้บุญแล้ว ยังเป็นบาปติดตัวอีกด้วย   ผมขอแนะนำอีกเรื่อง ก็คือ เมื่อปล่อยปลาลงบ่อแล้ว อย่าเพิ่งให้อาหารปลาครับ อย่างน้อย 2-3 วัน เพราะว่าปลากำลังเปลี่ยนสถานที่ และเปลี่ยนน้ำ ปลาจะเครียดและ ทำให้ระบบย่อยอาหารไม่ดี เมื่อกินอาหาร อาจทำให้ท้องอืดและท้องเสีย  อาจตายได้ครับ ผมเองเจอมาแล้ว ทำใจไม่ได้เป็นเวลาหลายวันทีเดียว ต้องใจเย็นนะครับ!

 

การเลี้ยงปลา

ปลาคาร์พจัดว่าเป็นปลาที่อึด ทน แข็งแรง เลี้ยงง่าย ไม่ต้องดูแลมากเหมือนสัตว์เลี้ยงอื่นๆ สามารถปรับตัวได้ดีกับสภาพอากาศต่างๆ  และน้ำที่เลี้ยงได้เป็นอย่างดี    เป็นปลาที่น่ารักมาก เชื่อง รักสันติ เป็นปลาที่ชอบสังคม ชอบอยู่เป็นกลุ่ม เพราะฉนั้น เราควรเลี้ยงอย่างน้อย 3 ตัวในบ่อๆ หนึ่ง  ระบบน้ำเลี้ยงนั้น  น้ำต้องวนตลอดเวลา คือการใช้ปั้มน้ำ เพื่อผ่านขบวนการ การกรองตลอดเวลา   ถ้าท่านมีพื้นที่เลี้ยงใหญ่หน่อย และปล่อยปลามากหน่อย  ปลาจะว้ายน้ำเป็นฝูง สวยงามมาก ทำให้เราเพลิดเพลิน พวกเขาอย่างมีความสุข  ปลาคาร์พกินอาหารไม่ค่อยเลือกเช่น ลูกน้ำ กุ้งฝอย หนอนนก อาทีเมีย แต่อาหารสดมีเชื้อโรคมากมาย ผมไม่อยากแนะนำให้ใช้หรอกครับ  ใช้อาหารเม็ดดีกว่า  เวลานี้อาหารปลาคาร์พมีจำหน่ายแบบสำเร็จรูป เป็นจำนวนมาก  แล้วแต่ยี่ห้อ ควรให้อาหารพวกผสม สาหร่ายสปิฐลิน่า (สาหร่ายเกลียว) เพื่อเร่งสี และความเพลิดเพลินในสีที่สวยงาม   บางครั้งเราอาจลืมซื้ออาหารให้ปลา  ก็ สามารถใช้พวกอาหารทั่วไปเช่น อาหารเม็ดสำหรับปลากินพืช  หรืออาหารปลาดุกก็ได้ ถ้าไม่มีจริงๆ ข้าวสวย หรือขนมปังแก้ขัดไปก่อนก็ยังได้ แต่ต้องระวังอย่าให้น้ำเสีย ปลาคาร์พจะกินแก่งมากเราอย่าตามใจเขา เขาอิ่มยังต้องการกินอีก เพราะการกินมากเกินไปจะทำให้ปลาถ่ายของเสียมากทำให้น้ำเน่าเร็ว  เมื่อมีตระไคร่น้ำเกาะขอบบ่อ ไม่ควรขัดออก เพราะนั่นเป็นสารอาหารอย่างดีของปลา และยังเป็นการรักษาระบบนิเวศน์ได้อย่างดี  อากาศหนาวไป หรือร้อนมาก ปลาจะกินอาหารน้อยหรือไม่กินเลย อย่าฝืนครับ  โชคดีที่บ้านเรามีหน้าหนาว แบบไม่หนาวมากและมีไม่นาน    ต้องคอยระวังถ้าปลากินอาหารไม่หมด จะเหลือเศษอาหารทำให้น้ำเสียได้ ต้องคอยตักออก  เลี้ยงสัตว์เลี้ยงที่มีชีวิตทุกชนิดต้องเลี้ยงด้วยความรัก  ทุกสิ่งทุกอย่างต้องดูแลอย่างดี  ต้องคอยสังเกตุว่าปลามีอาการแบบใหน ผิดปรกติไม๊เป็นต้น    อ๊อกซิเย็นต์ ต้องมีตลอดเวลาทั้ง กลางวันหรือกลางคืน   บ่อมาตรฐานนั้นช่างเขาจะเน้น ระบบ แอร์เจ๊ท ให้อยู่แล้ว สร้าง อ๊อกฯ ได้ดีอยู่แล้ว

แสงแดดก็เป็นสิ่งสำคัญมาก ควรมีแดดส่อง อย่างน้อยซัก 3-4 ชั่วโมงต่อวัน ควรให้ช่างทำบ่อมีร่มเงาบ้าง มีแดดส่องถึงบ้าง ถ้าแดดร้อนจัด ปลาเขาจะไปแอบในที่ร่มเองอย่างมีความสุข เหมือนคนที่อยู่นอกบ้านนานๆ จะเข้าไปหลบในที่ร่ม หรือศูนย์การค้าอะไรอย่างนั้น  ควรทำสะพานเล็กๆ สำหรับคนข้ามเพื่อความสวยงามของบ่อ และตัวปลาจะชอบแอบอยู่ใต้สะพานด้วย    สำหรับบ่อปลาที่อยู่ภายในบ้าน ก็ให้มีนีออน แสงอาทิตย์ โดยการตั้งเวลา timer ถ้าปลาโตขึ้นนั่นหมายความว่าประชากรเริ่มหนาแน่น  ควรตักบางตัวออกบ้าง

 

ปลาป่วย

ปลาก็เหมือนคน มีอาการป่วย แล้วแต่ความต้านทานโรคของปลาแต่ละตัวไม่เหมือนกัน ส่วนใหญ่จะเป็น เชื้อโรคจากแบ็ตทีเรีย   อาการต่างๆ เราสังเกตุได้ไม่ยาก คือ ปลาจะไม่กินอาหาร และมีอาการซึม มักจะแอบอยู่ตามซอกหรือมุมบ่อ   ต้องแยกปลาป่วยออกทันที มิฉนั้นจะติดตัวอื่นๆ และให้สังเกตุ โรคเฉพาะอย่าง  อย่างเช่นโรคเน่าเปลื่อย โรคจุดขาว หนอนสมอ เชื้อรา เห็บ ยามีจำหน่ายที่ร้านขายปลาทุกชนิดเวลาซื้อต้องบอกอาการของปลาก่อน ถ้าผู้ขายไม่ทราบการจัดยา เราควรอ่านฉลากยาเองครับ   ยานั้นจะเป็นยาปฎิชีวนะส่วนใหญ่  ผู้เขียนเองไม่ทราบอาการป่วยของปลา  บางครั้งเคยใช้พวกยาแก้อักเสบหรือยาเหลืองที่ใช้กับคนก็ได้ผลบ้าง เกลือแกงก็ใช้ได้บางกรณี  แต่อย่างไรก็ตามปลาแทบจะไม่ป่วยถ้าท่านเลี้ยงแบบถูกต้อง ถ้าน้ำไม่ดีหรือน้ำกรองไม่สะอาด เราอาจดูดน้ำจากก้นบ่อออกบ้าง ไม่เสียของหรอกครับ   ดูดไป รดต้นไม้ในสวนของเราไป  ได้ปุ๋ยดีอีกด้วยนะครับ

 

ปลาคาร์พมักเจ็บป่วยและตายจากความเครียด

ความเครียดของปลาคาร์พ มาจากหลายสาเหตุเช่น

     1.    ค่า pH ของน้ำต้องอยู่ตรงกลาง ต้องคอยสังเกตุ โดยเช็คจากเครื่องมือวัดค่า ซึ่งมีขายทั่วไปตามร้านขายอุปกรณ์เลี้ยงปลา 

      2.   อุณหภูมิของน้ำในบ่อกระชาก กลางวันน้ำร้อนจัด กลางคืนน้ำเย็นเกินไป   (สาเหตุบ่อเล็กเกินไป)

      3.   ต้องคอยเช็คค่าของเสียของน้ำคือ ค่าแอมโมเนียหรือค่าไนไตรท์ (เครื่องมือมีขายตามร้านอุปกรณ์เลี้ยงปลาเช่นกัน)    

             ถ้าจะเปลี่ยนน้ำ  อย่าเปลี่ยนทั้งหมด ควรเปลี่ยนแค่ครึ่งบ่อ 

      4.   น้ำเสีย สะสมของเสีย (ขี้ปลา) และอาหารที่กินไม่หมด (ให้อาหารมากเกินไป ระบบการหมุนเีวีิยนของน้ำไม่ดี การกรองน้ำไม่ดี)

      5.   แย่งกินอาหารไม่ทัน เพราะเลี้ยงปลามากเกินไป ควรคัดออกบ้าง ขายทิ้งบ้าง

      6.   ออกซิเยนต์ในน้ำน้อยเกินไป (ระบบบ่อขาดการสร้างออกซิเยนต์) 

      7.   น้ำมีเชื้อโรคต่างๆ มากมาย (สร้างระบบกรองที่ดีกว่า และเพิ่มรังสี ยูวี)

ปลาคาร์พไม่ชอบอยู่อย่างโดดเดี่ยว ต้องอยู่อย่างน้อย สามตัว เพราะเป็นสัตว์สังคม แม้กระทั่งปลาป่วยที่ต้องแยกออกมารักษาต่างหาก ก็ต้องมีอย่างน้อย สองตัวขึ้นไปเช่นกัน)

คนเลี้ยงต้องคอยสังเกตุปลาของท่านตลอดเวลา เมื่อเห็นปลาซึมเมื่อไหร่ ให้ทราบได้เลยว่าปลาของท่านกำลังป่วยต้องแยกออกมารักษา ข้อนี้สำคัญมาก เพราะอาจทำให้ปลาทั้งบ่อติดโรคไปด้วย

ศัตรูของปลาคาร์พ

ถ้าบ้านท่านอยู่ในตัวเมืองก็ไม่ต้องกลัว แต่ถ้าอยู่ในชนบท ต้องระวังพวกนกกินปลาต่างๆ ตัวนาก ตัวเงินตัวทอง งู  ถ้าท่านพบว่าปลาของท่านถูกทำร้าย อาจมีแผลต้องแยกปลาออกมารักษาต่างหาก  โดยการโรยยาแก้อักเสบและเปลี่ยนน้ำครึ่งหนึ่งทุกวัน  ปลาบาดเจ็บจะไม่กินอาหาร ไม่ต้องห่วงครับ ไม่ต้องให้อาหารในเวลานี้  ยิ่งเราฝืนให้อาหารอีก น้ำจะเสีย ทำให้เกิดการเพาะเชื้อโรคมากขึ้น  เมื่อปลามีอาการดีขึ้นให้สังเกตุปลาเริ่มเคลื่อนไหว

 



 

 

 



 
 

 
 
 


Copyright [ InsideGarden.com]
115/401 Bangkok-Pathumthani Road, Bangkoowat, Pathumthani 12000, Thailand. e-mail: market@insidegarden.com